5 ก.ค. 2553

ทำไมเด็กนักเรียนจึงมีปัญหาในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ...


      มีเหตุการณ์หนึ่งในชั่วโมงสอนเสริมวิชาคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประจำปีการศึกษา 2553 โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ 
วันนั้นผมสอนนักเรียน 3 คน มีรายชื่อดังนี้ครับ..
1. ด.ช.กิตติภูมิ  ขุนวงศ์(พี่ฟิล์ม)
2. ด.ช.ประภาส  กุลวงษ์(พี่ศักดิ์)
3. ด.ช.กฤษณพล  เซียรจันทึก(พี่กาย)
ผมถามนักเรียนว่า..
“มีลูกกวาดอยู่ 12 ลูก แบ่งลูกกวาดทั้งหมดให้ พี่ฟิล์ม พี่ศักดิ์ และพี่กาย คนละเท่าๆกัน แล้วอยากทราบว่าพี่ศักดิ์จะได้ลูกกวาดกี่ลูกครับ..”
 ผู้เรียนทั้ง 3 คน ต่างคิดวิธีการแบ่งจำนวนลูกวาด โดยพี่กายขออาสาแบ่งลูกกวาดโดยเริ่มแบ่งให้เพื่อนทีละ 1 ลูก พี่กายเป็นคนนำลูกกวาดทั้ง 12 ลูก มาเวียนการแบ่งให้ทั้งสิ้นได้ 4 รอบ พอดีและนักเรียนแต่ละคนได้ลูกกวาด 4 ลูกเท่าๆ กัน ผมจึงถามนักเรียนว่า “ใครที่มีวิธีคิดแตกต่างครับ”  พี่ฟิล์มยกมือและขออาสาอธิบายวิธีคิดให้ฟัง โดยพี่ฟิล์มบอกว่า “ผมใช้วิธีการหารครับ 12 / 3 ได้ 4 ครับ”  และผมจึงถามวิธีคิดพี่ศักดิ์ว่า "พี่ศักดิ์มีวิธีคิดที่แตกต่างจากเพื่อนๆ อย่างไรครับ" พี่ศักดิ์ใช้การวาดภาพลูกกวาดทั้ง 12 ลูก แล้วใช้ดินสอวงกลมจัดกลุ่มลูกกวาดได้ 3 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ลูก เท่าๆ กัน นี้เป็นเพียงบางส่วนในการสอนเสริม ทำให้ผมมองเห็นความสำคัญในการเตรียมความพร้อมในวิชาคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนที่อยู่ในระดับชั้นที่ต่ำกว่านี้..
ปัญหาคณิตศาสตร์ดังกล่าวนั้นนะครับ ถ้าเป็นการจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การแก้ปัญหาก็จะใช้ของจริงหรือวาดภาพเป็นแผนภูมิแสดงการแบ่ง สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 2 การแก้ปัญหาจะเป็นการเขียนประโยคสัญลักษณ์ 12 / 3 = 4 แต่ถ้าเป็นเด็กอายุมากขึ้น เด็กนักเรียนก็อาจจะสามารถที่จะตอบคำถามได้โดยเกือบจะเรียกได้ว่าทันทีทันใดเลยทีเดียวครับ เมื่อถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หรือระดับชั้นที่สูงขึ้น แทนที่ครูจะให้แบ่งลูกกวาดจำนวน 12 ลูก ก็อาจจะเปลี่ยนตัวเลข เป็น 23 หรือ 69 แทน ในอีกระดับชั้นนะครับ..
     สาเหตุของการจัดการเรียนการสอนเช่นนี้ก็เพราะว่า เด็กๆนักเรียนจะได้ใช้วิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างไปตามระดับของการพัฒนา..
ขั้นแรก..นักเรียนจะได้เรียนรู้แนวคิดผ่านการปฏิบัติจริงจากการได้ลงมือทำ ต่อมาครูสามารถใช้รูปภาพแทนของจริงได้และในที่สุดนักเรียนเกิดการมองเห็นภาพในสมอง(Visualizations) ในเรื่องของสัญลักษณ์..
เด็กนักเรียนจะต้องมีเวลามากพอที่จะได้เรียนรู้ความหมายของแนวคิดหรือมโนมิติของเรื่องต่างๆ อาทิเช่น เรื่องการหาร ครูผู้สอนจงอย่าได้ลัดขั้นตอนและสอนนักเรียนให้เรียนรู้เพียงจากสัญญาลักษณ์ทางคณิตศาสตร์เท่านั้นนะครับ ในการช่วยเด็กนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ในเรื่องของคณิตศาสตร์ ครูผู้สอนจงยึดมั่นกับหลักการพื้นฐานเสมอ อย่าสอนพียงแต่ขั้นตอนในการคำนวณหาคำตอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ...
ปล. การสอนเสริมนักเรียนที่เรียนรู้ช้า “เราสอนเสริมให้กับเขาเพื่อให้เขารู้สึกว่าตัวเขาเองยังมีคุณค่า ยังมีครูยังค่อยเอาใจใส่ ไม่ทอดทิ้งเขา” ครูใหญ่เคยบอกผม...

2 ก.ค. 2553

ทำอย่างไรครูจึงจะเป็นคุณครูในดวงใจของลูกศิษย์ ...



“ครูผู้สอนเป็นตัวแปรสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้
นักเรียนชอบหรือไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์”


ครูผู้สอนทุกท่าน ทุกรายวิชาต้องมาช่วยกันคิดครับ ว่าทำอย่างไรครูจึงจะเป็นคุณครูในดวงใจของลูกศิษย์ ทำอย่างไรที่ลูกศิษย์อยากเรียนด้วย ถึงเวลาครูจะมาสอนให้เด็กเห็นความเป็นกัลยาณมิตรระหว่างครูกับลูกศิษย์..

ผมได้รวบรวมพฤติกรรม 5 อันดับแรก ที่ได้จากการสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนจำนวน 12,062 คน ที่สุ่มตัวอย่างจากทั่วประเทศเนื่องในวันครูแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2549 โดยสวนดุสิตโพล มีดังนี้ครับ..

จะเห็นว่าสิ่งที่เด็กนักเรียนต้องการตรงตามกันทั้ง 3 ระดับครับ ก็คือ ค.คุณครูใจดี ซึ่งตรงกับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ตามทฤษฎีของมาสโลว์ครับ ที่กล่าวว่า มนุษย์ต้องการความปลอดภัยเป็นอันดับสองรองจากความต้องการทางร่างกาย

ครูใจดีไม่ดุจะทำให้นักเรียนเกิดความรู้สึกว่าห้องเรียนปลอดภัยและไม่เครียด..       

การสอนสนุกและเข้าใจง่าย ตลอดจนการดูแลเอาใจใส่ เป็นสิ่งที่เด็กต้องการอย่างมากครับในการเรียนรู้คณิตศาสตร์.. 

การเรียนไม่รู้เรื่องนับว่าเป็นความทุกข์อย่างยิ่งจะส่งผลให้ง่วงนอน เบื่อหน่ายการเรียน ในที่สุดเด็กไม่อยากเรียนด้วย ยิ่งถ้าครูผู้สอนขาดการดูแลเอาใจใส่นักเรียนเลย ไม่ตรวจแก้ไขการบ้านเลย  เด็กนักเรียนคนนั้นไม่เคยถูกถามเลย  ยิ่งทำให้นักเรียนไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ยิ่งขึ้นและจะไม่ประสบผลสำเร็จในการเรียนยิ่งขึ้นครับ

ธุรกิจของหนู



...........ช่วงนี้กระแสฟุตบอลโลก 2010 กำลังมาแรงครับ แรงจนคุณครูที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาเองก็อดดู อดเชียร์ ไม่ได้เลยครับ ยิ่งครูชาญแล้วด้วยชอบทีมบราซิลเป็นที่สุดครับ เพราะเชียร์มาตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่มน้อยหน้าใส ๆ แล้วครับ

แต่บ่ายเมื่อวานนะซิครับ พี่ฟร้องนักเรียนชั้น ป.6 ถือหัวอะไรก็ไม่รู้มาด้วย .. แปล๊ก แปลก.. เดินเข้ามาหา เล่นเอาครูชาญงงอยู่นาน สองนาน เลยครับ แล้วค่อยพูดว่า “ครูครับซื้อของไหมครับ”

...หา !...จะให้ครูซื้อ หัวประหลาด นี่เหรอครับ ว่าแต่มันคืออะไรเหรอครับพี่ฟร้อง

“ มันคือกล่องเอนกประสงค์ใช้ใส่ของได้สารพัดประโยชน์ครับ”

อ๋อ มาถึงบางอ้อครับท่านผู้อ่าน เอ..ดูไปดูมาก็ดูสวยและเก๋ดีครับ ว่าแต่สินค้าพี่ฟร้องนะมันเป็นรูป อะไรครับ

“ศิลปะบนหน้าคนครับ” พี่ฟร้องตอบพลางยิ้มพลาง


อืม..แหมสวยจัง ครูชาญคิดในใจ...... เอเริ่มอยากจะได้เป็นเจ้าของแล้วซิครับ ว่าแต่สินค้าพี่ฟร้องราคาเท่าไรครับ

“25 บาท ครับ ”

อื้อ..หือ ราคาไม่เบานะครับ ..ครูชาญนิ่งคิดนานสักครู่หนึ่งครับ เพื่อจะตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ ** ปิ้ง ** มีไอเดียดีดีนะซิครับ “ พี่ฟร้องครับ คุณครูจะซื้อครับ หากเจ้าสินค้า ศิลปะบนหน้าคนของพี่ฟร้อง เป็นสัญลักษณ์ของ ทีมบราซิล

พี่ฟร้องนิ่งคิดสัก ครู่ครับก่อนจะบอกว่า “ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเอามาให้ครับ” แน่ะ! รวดเร็วทันใจดีจริง

และ แล้วผมก็ได้เป็นเจ้าของ กล่องเอนกประสงค์ลวดลายบราซิลสมใจอยากครับ ดีละครับคืนนี้บราซิลเตะจะถือกล่องนี้ไปเชียร์และส่งกำลังใจไปให้นักเตะทีม บราซิลด้วยเลย ...บราซิลสู้ ๆ...บราซิลสู้ ๆ. เป็นแชมป์โลกสมัยที่ 6 ให้ได้นะครับ


ปล. เดี๋ยวเราแวะไปคุยกับพี่ฟร้องกันครับว่าผลงานสวย ๆ นี้ เขามีวิธีการทำอย่างไร ทำไมต้องมาทำอย่างนี้ด้วย นอกจากนี้ พี่ฟร้องเขาบอกว่า

ผลงานชิ้นนี้ของเขาช่วยลดโลกร้อนได้ด้วยครับ ....โอ้..โฮ



1 ก.ค. 2553

คุณครูครับ ทำไมผมต้องเรียนคณิตฯ ด้วยล่ะครับ ...




มีคนอยู่สองกลุ่มใหญ่ๆ ในโลกใบนี้ ก็คือ
คนที่ชอบวิชาเลขกับคนที่ไม่ชอบวิชาเลข


ครั้งหนึ่งทีโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนามีนักเรียนคนหนึ่งเดินเข้ามาถามผมว่า..
“คุณครูครับ ทำไมผมต้องเรียนคณิตฯ ด้วยล่ะครับ?  ในเมื่อพ่อกับแม่ผมก็เพียงแค่ทำนาเท่านั้นเองและก็ไม่เคยเรียนหนังสือมาด้วยซ้ำ ยังเก็บเงินได้ตั้งหลายบาทเลยครับ!!”

ผมก็ยืนอ่ำอึ้ง!! อยู่ตรงหน้าเด็กนักเรียนคนนั้น..
“เรียนเพื่อให้เรารู้ ยังไงล่ะครับ!”

นักเรียนคนนั้น..เหมือนจะเข้าใจในคำตอบสั้นๆ ของผมและเขาก็ขอตัวไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ..
แต่... ผมเองก็ยังงุนงงกับคำตอบของตัวเองในครั้งนั้นเรื่อยมาและก็ยังสงสัยมากๆ ว่านักเรียนคนนั้นมีความเข้าใจกับคำตอบนั้นของผมสักเพียงใด..

ผมเองก็พยายามสอบถามความเข้าใจในคำตอบวันนั้นกับนักเรียนคนเดิม แต่เขาก็เพียงตอบว่า..
“ผมก็แค่ถามคุณครูเท่านั้นเองล่ะครับ!!”
เหมือนกับว่า..
ถามเพื่อต้องการให้ผมตอบๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้หวังผลลัพธ์ของคำตอบจะออกมาเช่นไรเลย..
แต่...คำถามนั้นกลับสวนทางกับแนวคิดเดิมๆ ของผมที่เรียนคณิตศาสตร์มาเกือบทั้งชีวิต ตั้งแต่เข้าเรียนจนถึงตอนนี้ผมก็ยังสอนวิชาคณิตศาสตร์..


สมัยผมเรียนในระดับมัธยมผมชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์มากๆ ทั้งระดับ ม.ต้น และระดับ ม.ปลาย เพราะในขณะนั้นเองผมเรียนรู้ความเป็นกัลยาณมิตรระหว่างครูกับนักเรียนตลอดระยะเวลา 6 ปี เต็มๆ จนกระทั่งเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยฯ ผมก็เรียนรู้อยู่กับคณิตศาสตร์ขั้นที่สูงขึ้นมาอีก 4 ปี เต็มๆ จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา ผมก็ยังได้มาเป็นครูสอนคณิตศาสตร์อีก อาจจะผูกพันไปตลอดทั้งชีวิตกับวิชาคณิตศาสตร์นี้ ถ้าปี ค.ศ. 2012 โลกไม่แตกเสียก่อน..

อย่างไรก็ตาม..จะเห็นว่าความผูกพันกับวิชาคณิตศาสตร์ที่มีมามากกว่า 10 ปี ผมก็ยังงุนงงกับคำถามของนักเรียนคนนั้นเรื่อยมา จนกระทั่งนักเรียนคนนั้นสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนฯ ไปแล้ว ผมก็ยังมีความเชื่อลึกๆ ว่า.. คำตอบในวันนั้นของผมก็ยังไม่กระจ่างเท่าที่ควร..