27 มี.ค. 2553

"วันเสวยราชย์"..ของในหลวง

.
   ในวันเสวยราชย์เป็นปฐมบรมราชโองการ ในหลวงของปวงชนพระองค์ทรงตรัสเป็นคำแรก วันที่นั่งเก้าอี้ พระราชบัลลังก์ ว่า..

 .
" ...เราจะปกครองแผ่นดิน..โดยธรรม...
เพื่อประโยชน์สุข..แห่งมหาชน.. ชาวสยาม.."

25 มี.ค. 2553

ความสงบสุข

    การทำให้ชีวิตมีอิสรภาพ หลุดพ้นจากการบีบคั้นทางกาย ทางสังคม ทางจิตใจและทางปัญญา ผลประการแรกที่เราจะพบและสัมผัสได้ก็คือ ชีวิตที่ถูกเติมเต็มด้วยร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์ และจิตใจที่เปี่ยมล้มด้วยฮอร์โมนแห่งความสุขครับ สิ่งที่ตามมาก็คือเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ ช่วยทำให้สังคมมีความเคารพต่อสรรพชีวิตและก่อให้เกิดความเมตากรุณาต่อกัน การแก้ไขปัญหาสังคมใน ทุกๆ ด้านร่นระยะเวลาสั้นลง"ความสงบสุข" ก็จะคืนกลับสู่ทุกสรรพชีวิตและกลับคืนสู่สังคมในที่สุด..

24 มี.ค. 2553

คนมีศาสนากับคนไม่มีศาสนา...โดยครูป้อม

...คนมีศาสนากับคนไม่มีศาสนา ไม่มีอะไรเเตกต่างกันเลยครับ ยกเว้นเสียแต่ เจตนาเเละกรรม ที่เขาสร้างขึ้นมาครับ ถ้าเป็นคนไม่มีศาสนา เเต่มีเจตนาดี เป็นคนดี ไม่ทำชั่ว รู้จักความละอายใจ ยับยั้งชั่งใจ ไม่ไปทำให้ใครเดือดร้อน ไม่อิจฉาริษยา ไม่คอยเเกล้งคนอื่น เห็นคนอื่นเดือดร้อน ก็สงสาร อยากช่วยเหลือ ไม่กินเหล้า ไม่เล่นการพนัน ขยันทำงาน ถ้าคนเช่นนี้ แสดงว่า คนๆ นั้นยึดถือความดีเป็นที่ตั้ง เรียกว่าคนคนนั้นนับถือ "ศาสนาเเห่งความดี"..
.
.
...เเต่ในทางตรงกันข้ามครับ ถ้าเป็นคนที่มีศาสนาในทางกฏหมายระบุอย่างเด่นชัด เเต่ในทางปฏิบัติ กลับเป็นคนที่มีเเต่เจตนา ไม่ดี ต่อผู้อื่น อิจฉาริษยาผู้อื่นอยู่เป็นนิตย์ ดื่มเหล้า เคล้าการพนัน โกหก ทำชั่ว โดย ไม่เคยรู้จัก ละอายใจ นสิ่งที่ตัวเองได้กระทำไป พวกนี้ ถึงมีศาสนา ก็เหมือนไม่มี เพราะ ศาสนา ในสายตาของคนเหล่านี้ เป็นเพียงรูปธรรม เป็นเพียงตัวหนังสือ ที่พิมพ์อยู่บนบัตร เเต่ในใจเขา (หาเคยได้มีสิ่งนั้นไม่)..

  ปล. คนๆ นั้นจะมีศาสนาหรือไม่มีศาสนาต้องดูที่กรรมครับ เพราะกรรมจะเป็นตัวที่ส่อให้เห็น "เจตนา" ที่ถูกซ่อนอยู่ภายในกรรมนั้นครับ.. 
ขอขอบคุณ "ศาสนา"
ครูป้อม คนล่าฝัน