20 พ.ย. 2553

Mind Mapping สรุปคณิตศาสตร์ Quarter 1...

"สิ้นสุด Quarter ที่ 1"

     โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาเรามีการเรียนการสอนภาคเรียนละ 2 Quarter ฉะนั้นใน 1 ปีการศึกษาของทุกๆ ปี โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนามีทั้งหมด 4 Quarter เราจัดการเรียนการสอนตามที่กระทรวงกำหนดให้มีชั่วโมงเวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 200 ชั่วโมง ซึ่งก็เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดพอดีหรือบางปีอาจจะเกิน
     เราแบ่งการเรียนการสอนเป็น 4 Quarter ทำให้มีเวลาพักได้เตรียมตัว เตรียมกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนอย่างเต็มที่ ในช่วงที่สิ้นสุด Quarter ของทุกๆครั้ง ครูทุกคนในโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาเราจะมาร่วมประชุมหารือกัน เพื่อช่วยกันการพัฒนาการเรียนการสอนกันทุกๆ Quarter ซึ่งงานแต่ละส่วนในโรงเรียนเราก็จะได้มาพูดคุยประเด็นต่างๆ ให้รับทราบร่วมกัน เราร่วมกันวางแผนงานใน Quarter ต่อไปเป็นอย่างนี้ทุกๆ ปี

     ในรายวิชาคณิตศาสตร์ก็เช่นกันครับ ในคาบสุดท้ายของการเรียนการสอนของนักเรียนแต่ละระดับชั้น ครูผู้สอนจะให้นักเรียนทุกคนสรุป Mind Mapping สรุปใน Quarter นั้นๆ ให้คุณครูรับรู้ความเข้าใจของนักเรียนแต่ละคนจากชิ้นงานในบางส่วนเพื่อนำมาเป็นเกณฑ์การประเมินต่อไป 
     การประเมินในรายวิชาคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา เราไม่มีการสอบแต่เราก็มีการเก็บคะแนนอย่างต่อเนื่อง(ทุกๆ วันที่ทำการสอน) เราใช้เกณฑ์การประเมินผ่านตัวชี้วัดมาตรฐานที่กระทรวงกำหนดแล้วโยงเข้ามาสู่เกณฑ์ Rubic ที่ครูผู้สนแต่ละคนทำเกณฑ์ไว้ตามชั้นนั้นๆ

ตัวอย่างชิ้นงาน Mind Mapping สรุปคณิตศาสตร์ Quarter 1
โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ประจำปีการศึกษา 2553

 ชิ้นงานตัวแทนพี่ๆ ป.4
     เนื้อหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผ่านการเรียนการสอนมาทั้งสิ้น 11 สัปดาห์ของภาคเรียนที่ 1/2553 นักเรียนได้ใช้ปากกาในการทำชิ้นงานแล้ว และเนื้อหาส่วนใหญ่ก็เป็นเนื้อหาหลักที่เรียนผ่านมา 1 Quarter แสดงความเข้าใจในเนื้อหาบางส่วน


 ชิ้นงานตัวแทนพี่ๆ ป.5
     นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ส่วนใหญ่เกือบทุกคนจะมีความสามารถในการลงสีในชิ้นงานกันทุกคน เนื้อหาที่สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จะสอนเนื้อที่ระบสูงกว่าแต่ไม่เกินความสามารถของนักเรียนทุกๆ คน ผมเชื่อว่านักเรียนทุกคนมีศักยภาพที่ดีทุกๆ คน



ชิ้นงานตัวแทนพี่ๆ ป.6
     พี่ๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทำชิ้นงาน Mind Mapping อย่างมีความสุข เด็กๆ นักเรียนทุกคนต่างโตเป็นพี่ๆ ที่น่ารักของน้องๆ มาปีนี้พี่ๆ ป.6 จะงานหลายๆ อย่างเข้ามามากกว่าปีที่แล้ว แต่ละคนต้องมีความรับผิดชอบ วางแผนในเรื่องของการจัดลำดับงานและจัดลำดับเรื่องของเวลามากขึ้น

     Mind Mapping สรุปคณิตศาสตร์ Quarter 1 ก็เป็นหนึ่งในชิ้นงานที่สำคัญของการประเมินในความคืบหน้าของความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนมาทั้ง 11 สัปดาห์...

17 พ.ย. 2553

ครูใหญ่ประชุมร่วมกับผู้ปกครอง ป.6...

เวลา 15:50 น. ของวันพุธที่ 17 พฤศจิกายน 2553
 ประชุม ณ ห้องประถมศึกษาปีที่ 6

   
     ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เริ่มทยอยมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้เรื่อยๆ ตามเวลาที่ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นัดหมายกับผู้ปกครอง ซึ่งผู้ปกครองเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ 27 ท่าน จากผู้ปกครองทั้งหมด 30 ท่าน โดยมีคุณครูที่เข้าร่วมประชุมกับผู้ปกครอง ดังนี้ครับ..
1. นายวิเชียร  ไชยบัง(ครูใหญ่)
2. นางสาวแสงจันทร์  กะลา(ครูแสง)
3. นางสาวพรรณี  แซ่ซือ(ครูณี)
4. นายราชิต  สุพร(ครูป้อม)

     ครูใหญ่ท่านได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศไทยของเราในยุคปัจจุบันนี้ให้ผู้ปกครองทุกท่านได้รับรู้อย่างเป็นกันเอง(ภาษาอีสาน)
ครูใหญ่ : "การสอบเป็นการสอบวัดเฉพาะตัวความรู้เท่านั้น การสอบไม่สามารถวัดความดีของเด็กเราได้ ผมรู้จักนักเรียนทุกคนในชั้น ป.6 เป็นอย่างดี เด็กๆ ทุกคนล้วนมีความดีงามในตัวของแต่ล่ะคนแตกต่างกันออกไป การสอบไม่สามารถวัดความฉลาดทางด้านอารมณ์และการสอบก็ไม่สามารถวัดความฉลาดทางด้านจิตวิญญาณของนักเรียนของเราได้ ซึ่งนักเรียนของเรามีกันอยู่ทุกคน"

      ครูใหญ่ท่านฝาก 2 เรื่องหลักๆ ให้ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกๆ คนให้เข้าใจในแนวทางเดียวกัน ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครองที่มาประชุมในวันนี้ ในการที่เราจะมองเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของลูกๆ ทุกคน ซึ่งนักเรียนทุกคนต่างมีความดีงามในตัวเอง และเรื่องที่คุณครูใหญ่ท่านฝากผู้ปกครองไว้ 2 เรื่อง คือ..
   1. อย่าตีค่าลูกตัวเองต่ำ : "การที่นักเรียนไปสอบแล้วอาจจะมีได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องปรกติเพราะการสอบเขาวัดกันเฉพาะความรู้ ซึ่งการสอบวัดความดีของนักเรียนของเราไม่ได้ เด็กๆ ทุกคนเขามีคุณค่าด้านอื่นๆ ที่ดีกว่าการสอบวัด"
   2. โรงเรียนจะเรามีระบบการติดตามเด็กๆ นักเรียนของเราที่เรียนจบจากที่นี้ 3 ปี 

     แม่พี่บี ป.6 บอกว่าลูกอยู่ที่บ้านไม่อยากอ่านหนังสือเลยทุกวันนี้ เอาแต่เล่นอย่างเดียว..
ครูใหญ่ : "ผมก็ไม่ได้อ่านหนังสือทุกวัน พี่บีเป็นเด็กที่มีทักษะด้านการเขียนงาน ผมได้อ่านงานเขียนของพี่บีในบันทึกความสุข"

     ปัญหาที่โรงเรียนเราต้องสู้อยู่ตอนนี้ก็คือ..
ครูใหญ่ : "ทุกคนถูกผลของการศึกษาทำลาย เราไม่ได้ทิ้งเด็กแม้แต่คนเดียว เรามองเห็นคุณค่าความดีงามของเด็กทุกคน"

     ผมชอบประโยคหนึ่งตอนท้ายที่คุณครูใหญ่พูดก่อนจะเสร็จการประชุมวันนี้..
"ไม่ใช่เราทิ้งลูกหลาน แต่มันเป็นวิถีเช่นนั้น"

ปิดการประชุม 16:23 น.

15 พ.ย. 2553

Mathematics'53 of LPMP...

จัดบอร์ดคณิตศาสตร์นอกกะลา'53


     กลุ่มสาระวิชาคณิตศาสตร์เราได้จัดทำบอร์ดคณิตศาสตร์ที่ภายในตึกอาคารประถมศึกษา ในบอร์ดได้จัดประมวลภาพการเสวนาคณิตศาสตร์นอกกะลาและประเด็นหลักที่พวกเรา(ครูคณิตศาสตร์ทั้ง 3 คน)ตอบคำถามผู้ปกครองเกี่ยวกับรูปแบบการสอนอย่างลำปลายมาศพัฒนา ซึ่งทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2553 และประมวลภาพการสอนคณิตศาสตร์ทั้งช่วงชั้นที่ 1 และช่วงชั้นที่ 2
     ในบอร์ดคณิตศาสตร์เราตั้งชื่อว่า Mathematics LPMP ซึ่งก็แปลความหมายตรงตัว ทุกๆ สัปดาห์จะมีโจทย์คณิตคิดสนุกในนักเรียนหรือผู้ที่สนใจทุกคนร่วมตอบคำถาม โดยพวกเราจะมีโจทย์คณิตศาสตร์ให้มาคิดกัน 1 ข้อต่อสัปดาห์ ในบอร์ดจะมีกล่องรับคำตอบ กระดาษเตรียมไว้ให้ตอบคำถาม และกติกาขั้นตอนการตอบคำถาม
     พวกเราเริ่มจัดทำโจทย์คณิตคิดสนุกกันใน Week 2 ของ Quarter 3 ปีการศึกษา 2553 ซึ่งมีผู้ที่สนใจร่วมตอบคำถามที่ผ่านมาเป็นอย่างดีครับ
     นักเรียนหลายคนครุ่นคิดในโจทย์ปัญหาที่ครูตั้งให้นำไปคิดต่อที่บ้านสอบถามให้ผู้ปกครองช่วยอธิบาย นักเรียนบางคนตอบคำถามได้ตั้งแต่เห็นโจทย์ก็เลยต้องการให้มีเพื่อนมาร่วมตอบคำถามด้วย ก็ไปเชิญชวนเพื่อนของตัวเองมาร่วมตอบด้วย โดยที่ตัวเองไปอธิบายวิธีคิดที่ตัวเองตอบคำถามไปแล้วให้เพื่อนๆ จนเพื่อนหลายๆ คนได้ร่วมตอบคำถามในครั้งนี้ บางคนบอกว่าจะเอาไปถามเพื่อนๆ ที่โรงเรียนอื่นด้วย ก็เป็นสิ่งดีที่เด็กนักเรียนจะได้มีปฏิสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนๆ ต่างสถาบัน ได้แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ซึ่งกันและกัน 
     หลายคนสงสัยในการมีกล่องสี่เหลี่ยมสีชมพูในบอร์ดคณิตศาสตร์เลยลองล้วงมือเข้าไปดู ทำให้ปากกล่องฉีกขาดเป็นรูเล็กน้อยครับ เกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของนักเรียนว่าข้างในมีอะไรที่คุณครูซ่อนเขาอยู่หรือเปล่า

12 พ.ย. 2553

นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่(พอล แอร์ดิช)...

"หนังสือคณิตศาสตร์ดีๆ ที่ผมอ่านแล้ว
ประทับใจในเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้มากครับ"

      หลังจากที่ผมอ่านหนังสือเรื่อง ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข เขียนบทนำด้วยท่านอาจารย์ ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน จบลงผมมีความประทับใจในเรื่องราวของนักคณิตศาสตร์คนนี้มากครับ เป็นบุคคลที่เป็นทั้งอัจฉริยะและนักคณิตศาสตร์อีกคนที่ผมยกย่องให้เป็น My Idol อีกด้วยครับ
     หนังสือเล่มนี้เป็นประวัติชีวิตของนักคณิตศาสตร์ชาวฮังการีชื่อ พอล แอร์ดิช เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกเทียบเท่านักคณิตศาสตร์หลายๆ ท่านในอดีต เช่น โสเครติส , อริโตรเติล , อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ฯลฯ นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นอัจฉริยะหลายคนที่ผมทราบมา พวกเขาจะมีเรื่องที่ทำได้มหัศจรรย์เหนือคนธรรมดาทั่วๆ ไปอย่างเรา แต่อัจฉริยะบางคนก็มีวิถีการใช้ชีวิตด่อยกว่าคนทั่วไปอย่างพวกเราก็มีเช่นกัน
      อัลเบิร์ต ไอสไตน์เขาเรียนหนังสือไม่เก่งเลยสมัยเรียนระดับประถมศึกษาสอบตกวิชาภาษาฝรั่งเศษ เคยมีเรื่องเล่ามาว่าไอน์สไตน์จำหมายเลขโทรศัพท์บ้านของตัวเองยังไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่เขาเป็นอัจฉริยะทางด้านตัวเลข 
     พอล แอร์ดิช ก็เช่นกันครับเขาสอบตกเลยเรื่องการใช้วิถีชีวิตประจำวันเช่นกันครับ เขาขับรถไม่เป็น ซักผ้ารีดผ้าไม่เป็น ทำอาหารไม่เป็น ขนาดแค่ฝานผลไม้เขาก็ยังทำไม่เป็นเลย มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนของเขาไปพักที่บ้าน เห็นน้ำสีแดงไหลเป็นทางยาวจากตู้เย็น พอเปิดตู้เย็นออกมาจึงพบกล่องน้ำมะเขือเทศ มีรูเจาะอยู่ด้านข้างครับ เขาเปิดกล่องน้ำมะเขือเทศไม่เป็นครับ เขาตัดสินใจเลือกวิธีใช้มีดเฉาะลงไปกลางกล่องแทนการเปิดกล่องแบบคนทั่วไป(นี้แหล่ะคืออัจฉริยะของโลกครับ ต้องแตกต่างแปลกๆ..) แต่อย่าแปลกใจไปเลยครับ ก็เพราะเขาเป็นอัจฉริยะ พอล แอร์ดิช เขารู้จักเลขจำนวนติดลบเมื่อเขาอายุเพียงอายุ 4 ขวบ แต่เขากลับผูกเชือกรองเท้าเป็นตอน 11 ขวบ และเมื่อเขาอายุได้ 21 ปี เขาจึงรู้จักวิธีทาเนยบนแผ่นขนมปัง คนที่เก่งเกินมนุษย์ในด้านหนึ่ง มักจะไม่เก่งในอีกด้านหนึ่งในบางกรณีเสมอครับ
ความคลั่งไคล้ในตัวเลขของพอล แอร์ดิช นั้นเป็นที่ขึ้นชื่อลือชา เขาใช้ชีวิตเกือบทั้งหมดกับการคิดเรื่องคณิตศาสตร์ ในเวลา 1 วัน เขาใช้เวลาอ่าน คิดและเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับคณิตศาสจร์วันละไม่น้อยกว่า 19 ชั่วโมงของทุกๆ วันเลยครับ บั้นปลายของชีวิตของพอล แอร์ดิช ตาข้างหนึ่งของเขาบอดจึงต้องมีการผ่าตัด ขณะที่จะผ่าตัดหมอได้หรี่ไฟทำให้เขาอ่านหนังสือไม่ได้ เขาขอร้องให้หมอโทรศัพท์ไปยังภาควิชาคณิตศาสตร์ขอให้จัดส่งศาสตราจารย์ด้าน คณิตศาสตร์มาพูดคุยกับเขาขณะรับการผ่าตัดตา เพื่อเขาจะได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์(อ่านตรงนี้แล้ว ผมนับถือในความทุ่มเทของเขามากครับ)
      พอล แอร์ดิช เขาชอบใช้คำว่าจากไปแทนคำว่าตาย เพราะเขานิยามศัพท์คำว่า ตายไม่เหมือนคนอื่น เขาถือว่านักคณิตศาสตร์จะตายก็ต่อเมื่อหยุดค้นคว้าทาคณิตศาสตร์ พอล แอร์ดิช เขาจึงตายก่อนจากไปเพียงแค่ 1 ชั่วโมง เท่านั้นเองครับ ผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วผมชอบและประทับใจในความงดงามของการใช้ชีวิตด้วยการให้ของพอล แอร์ดิช เขาชอบตัวเลข แต่เขาไม่เคยบูชาตัวเงิน สำหรับเขาเงิน มีแค่ใช้ประทังชีวิต ผมเชื่อว่าเรื่องที่คนอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว หลายๆ ท่านต้องประทับใจเช่นเดียวกับผม ตอนที่พอล แอร์ดิช เขาได้รับเงินเดือนเดือนแรก มีขอทานคนหนึ่งเดินเข้ามาขอเงินกินน้ำชาสักถ้วยกับเขา เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยล้วงกระเป๋า เก็บเงินเล็กน้อยไว้ใช้ส่วนตัวและมอบเงินที่เหลือทั้งหมดให้แก่ขอทาน ผมชื่นชมในความงามนี้มาก และยังมีอีกช่วงขณะที่เขาได้รางวัลวูล์ฟ เขาได้เงินรางวัลจำนวน 50,000 เหรียญ เขาเก็บเงินไว้ใช้ส่วนตัวเพียง 750 เหรียญ ที่เหลือเขาตั้งเป็นกองทุนสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนอิสราเอลครับ และอีกครั้งหนึ่งเมื่อเขารู้ว่ามีเด็กนักเรียนคนหนึ่งคือ เกลน วิทนีย์ (Glen Whitney) เขาอยากเรียนต่อด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ไม่มีเงินเรียนพอล แอร์ดิช ก็นัดเจอเด็กคนนี้แล้วพูดคุยสัมภาษณ์และหลังจากที่เขาแน่ใจแล้วว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์จริง เขาก็ให้เด็กยืมเงิน 1,000 เหรียญ และให้ใช้คืนเมื่อเขาไม่มีปัญหาเรื่องการเงินแล้ว10 ปีให้หลัง เด็กคนนี้ทำงานและมีเงินพอจะใช้คืนพอล แอร์ดิชแล้ว เมื่อโทรศัพท์มาพร้อมคำถามว่าจะให้เขาจ่ายดอกเบี้ยด้วยไหม? คำตอบที่พอลแอร์ดิช บอกกับเด็กคนนั้นก็คือ "ขอให้เธอทำกับเงิน 1,000 เหรียญนี้แบบเดียวกับที่ฉันทำกับเธอ"
      พอล แอร์ดิช รักตัวเลขแล้วมีความสุขกับการคิดและเขียนงานวิชาการด้านคณิตศาสตร์จนกระทั่งเขาเสียชีวิตในวัย 83 ปี และมีคำจารึกบนหลุมฝังศพของเขาที่เขาเขียนไว้เองว่า "ในที่สุดข้าพเจ้าก็ไม่อาจเขลาไปกว่านี้" 


     ผมเคยนำเรื่องชีวประวัติของพอล แอร์ดิช ไปเล่าให้นั่งเรียนชั้น ป.4 – ป.5 ฟังในเวลาว่างหรือบางชั้นเล่าให้ฟังก่อนสอนคณิตศาสตร์ แล้วลองให้นักเรียนฟังแล้วสรุปความเข้าใจในเรื่องของ พอล แอร์ดิช ดูความสนใจในการรับฟังและความเข้าใจ ผลงานตัวอย่างของพี่ตะวัน ป.5 ครับ...