12 พ.ย. 2553

นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่(พอล แอร์ดิช)...

"หนังสือคณิตศาสตร์ดีๆ ที่ผมอ่านแล้ว
ประทับใจในเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้มากครับ"

      หลังจากที่ผมอ่านหนังสือเรื่อง ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข เขียนบทนำด้วยท่านอาจารย์ ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน จบลงผมมีความประทับใจในเรื่องราวของนักคณิตศาสตร์คนนี้มากครับ เป็นบุคคลที่เป็นทั้งอัจฉริยะและนักคณิตศาสตร์อีกคนที่ผมยกย่องให้เป็น My Idol อีกด้วยครับ
     หนังสือเล่มนี้เป็นประวัติชีวิตของนักคณิตศาสตร์ชาวฮังการีชื่อ พอล แอร์ดิช เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกเทียบเท่านักคณิตศาสตร์หลายๆ ท่านในอดีต เช่น โสเครติส , อริโตรเติล , อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ฯลฯ นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นอัจฉริยะหลายคนที่ผมทราบมา พวกเขาจะมีเรื่องที่ทำได้มหัศจรรย์เหนือคนธรรมดาทั่วๆ ไปอย่างเรา แต่อัจฉริยะบางคนก็มีวิถีการใช้ชีวิตด่อยกว่าคนทั่วไปอย่างพวกเราก็มีเช่นกัน
      อัลเบิร์ต ไอสไตน์เขาเรียนหนังสือไม่เก่งเลยสมัยเรียนระดับประถมศึกษาสอบตกวิชาภาษาฝรั่งเศษ เคยมีเรื่องเล่ามาว่าไอน์สไตน์จำหมายเลขโทรศัพท์บ้านของตัวเองยังไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่เขาเป็นอัจฉริยะทางด้านตัวเลข 
     พอล แอร์ดิช ก็เช่นกันครับเขาสอบตกเลยเรื่องการใช้วิถีชีวิตประจำวันเช่นกันครับ เขาขับรถไม่เป็น ซักผ้ารีดผ้าไม่เป็น ทำอาหารไม่เป็น ขนาดแค่ฝานผลไม้เขาก็ยังทำไม่เป็นเลย มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนของเขาไปพักที่บ้าน เห็นน้ำสีแดงไหลเป็นทางยาวจากตู้เย็น พอเปิดตู้เย็นออกมาจึงพบกล่องน้ำมะเขือเทศ มีรูเจาะอยู่ด้านข้างครับ เขาเปิดกล่องน้ำมะเขือเทศไม่เป็นครับ เขาตัดสินใจเลือกวิธีใช้มีดเฉาะลงไปกลางกล่องแทนการเปิดกล่องแบบคนทั่วไป(นี้แหล่ะคืออัจฉริยะของโลกครับ ต้องแตกต่างแปลกๆ..) แต่อย่าแปลกใจไปเลยครับ ก็เพราะเขาเป็นอัจฉริยะ พอล แอร์ดิช เขารู้จักเลขจำนวนติดลบเมื่อเขาอายุเพียงอายุ 4 ขวบ แต่เขากลับผูกเชือกรองเท้าเป็นตอน 11 ขวบ และเมื่อเขาอายุได้ 21 ปี เขาจึงรู้จักวิธีทาเนยบนแผ่นขนมปัง คนที่เก่งเกินมนุษย์ในด้านหนึ่ง มักจะไม่เก่งในอีกด้านหนึ่งในบางกรณีเสมอครับ
ความคลั่งไคล้ในตัวเลขของพอล แอร์ดิช นั้นเป็นที่ขึ้นชื่อลือชา เขาใช้ชีวิตเกือบทั้งหมดกับการคิดเรื่องคณิตศาสตร์ ในเวลา 1 วัน เขาใช้เวลาอ่าน คิดและเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับคณิตศาสจร์วันละไม่น้อยกว่า 19 ชั่วโมงของทุกๆ วันเลยครับ บั้นปลายของชีวิตของพอล แอร์ดิช ตาข้างหนึ่งของเขาบอดจึงต้องมีการผ่าตัด ขณะที่จะผ่าตัดหมอได้หรี่ไฟทำให้เขาอ่านหนังสือไม่ได้ เขาขอร้องให้หมอโทรศัพท์ไปยังภาควิชาคณิตศาสตร์ขอให้จัดส่งศาสตราจารย์ด้าน คณิตศาสตร์มาพูดคุยกับเขาขณะรับการผ่าตัดตา เพื่อเขาจะได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์(อ่านตรงนี้แล้ว ผมนับถือในความทุ่มเทของเขามากครับ)
      พอล แอร์ดิช เขาชอบใช้คำว่าจากไปแทนคำว่าตาย เพราะเขานิยามศัพท์คำว่า ตายไม่เหมือนคนอื่น เขาถือว่านักคณิตศาสตร์จะตายก็ต่อเมื่อหยุดค้นคว้าทาคณิตศาสตร์ พอล แอร์ดิช เขาจึงตายก่อนจากไปเพียงแค่ 1 ชั่วโมง เท่านั้นเองครับ ผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วผมชอบและประทับใจในความงดงามของการใช้ชีวิตด้วยการให้ของพอล แอร์ดิช เขาชอบตัวเลข แต่เขาไม่เคยบูชาตัวเงิน สำหรับเขาเงิน มีแค่ใช้ประทังชีวิต ผมเชื่อว่าเรื่องที่คนอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว หลายๆ ท่านต้องประทับใจเช่นเดียวกับผม ตอนที่พอล แอร์ดิช เขาได้รับเงินเดือนเดือนแรก มีขอทานคนหนึ่งเดินเข้ามาขอเงินกินน้ำชาสักถ้วยกับเขา เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยล้วงกระเป๋า เก็บเงินเล็กน้อยไว้ใช้ส่วนตัวและมอบเงินที่เหลือทั้งหมดให้แก่ขอทาน ผมชื่นชมในความงามนี้มาก และยังมีอีกช่วงขณะที่เขาได้รางวัลวูล์ฟ เขาได้เงินรางวัลจำนวน 50,000 เหรียญ เขาเก็บเงินไว้ใช้ส่วนตัวเพียง 750 เหรียญ ที่เหลือเขาตั้งเป็นกองทุนสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนอิสราเอลครับ และอีกครั้งหนึ่งเมื่อเขารู้ว่ามีเด็กนักเรียนคนหนึ่งคือ เกลน วิทนีย์ (Glen Whitney) เขาอยากเรียนต่อด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ไม่มีเงินเรียนพอล แอร์ดิช ก็นัดเจอเด็กคนนี้แล้วพูดคุยสัมภาษณ์และหลังจากที่เขาแน่ใจแล้วว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์จริง เขาก็ให้เด็กยืมเงิน 1,000 เหรียญ และให้ใช้คืนเมื่อเขาไม่มีปัญหาเรื่องการเงินแล้ว10 ปีให้หลัง เด็กคนนี้ทำงานและมีเงินพอจะใช้คืนพอล แอร์ดิชแล้ว เมื่อโทรศัพท์มาพร้อมคำถามว่าจะให้เขาจ่ายดอกเบี้ยด้วยไหม? คำตอบที่พอลแอร์ดิช บอกกับเด็กคนนั้นก็คือ "ขอให้เธอทำกับเงิน 1,000 เหรียญนี้แบบเดียวกับที่ฉันทำกับเธอ"
      พอล แอร์ดิช รักตัวเลขแล้วมีความสุขกับการคิดและเขียนงานวิชาการด้านคณิตศาสตร์จนกระทั่งเขาเสียชีวิตในวัย 83 ปี และมีคำจารึกบนหลุมฝังศพของเขาที่เขาเขียนไว้เองว่า "ในที่สุดข้าพเจ้าก็ไม่อาจเขลาไปกว่านี้" 


     ผมเคยนำเรื่องชีวประวัติของพอล แอร์ดิช ไปเล่าให้นั่งเรียนชั้น ป.4 – ป.5 ฟังในเวลาว่างหรือบางชั้นเล่าให้ฟังก่อนสอนคณิตศาสตร์ แล้วลองให้นักเรียนฟังแล้วสรุปความเข้าใจในเรื่องของ พอล แอร์ดิช ดูความสนใจในการรับฟังและความเข้าใจ ผลงานตัวอย่างของพี่ตะวัน ป.5 ครับ...

6 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ12 พฤศจิกายน, 2553 21:35

    ทฤษฎีแบบสุดโลกอย่างนี้เลยเป็นแค่ความฝัน ที่ความเป็นจริงเราควรยึดหลักทางสายกลาง เพื่อไม่หลงไปกับตัวตนของตัวเองจนเกินไปนัก ..ใช่ไหมคะ

    ตอบลบ
  2. บางคนมองคนที่ทำแตกต่างจากคนอื่นเป็นอัจฉริยะ บางทีมองเป็นคนบ้า.. แพอล แอร์ดิชก็เช่นกันเขาบ้าในตัวเลขจนกลายมาเป็นอัจฉริยะ

    ตอบลบ
  3. ลายมือพี่ตะวัน เหมือนลายมือครูป้อมเลย
    อ่านเรื่องราวแล้ว ได้รู้ว่านักคณิตศาสตร์ใจบุญมากเลยค่ะ

    ตอบลบ
  4. ดีจังครับ + อยากเก่งแบบเขาบ้างจัง(พอล แอร์ดิช)

    ตอบลบ
  5. พี่ตะวันทำได้แน่ครับ แต่ต้องขยันศึกษาหมั่นหาความรู้ให้เพิ่มขึ้นบ่อยๆ และต้องแน่วแน่เช่นดัง พอล แอร์ดิช นะครับ..

    ตอบลบ
  6. อ่านเเล้วเหมือนกัน ชอบมากครับ

    ตอบลบ