15 มี.ค. 2555

สองปีกของความฝัน - วินทร์ เลียววาริณ

แด่.. สองปีกของทุกคนที่ยังมีความฝัน

หากความฝันเป็นนกตัวหนึ่ง เครื่องมือในการนำความฝันข้ามกำแพงก็คือ 'ความฝัน'
  มนุษย์ผู้มีความฝัน สองฝันก็คือต้นทุนของความฝัน
คือความอุตสาหะ คือความพยายาม คือหยาดเหงือ
สองปีกใหญ่หรือเล็กขึ้นกับขนาดของความฝัน ฝันยิ่งใหญ่ ขนาดของปีกยิ่งแผ่กว้าง
ยิ่งต้องลมแรงมาก กำแพงยิ่งสูง ยิ่งต้องออกแรงมากขึ้น

วินทร์ เลียววาริณ
มกราคม 2553 / กุมภาพันธ์ 2554

เป็นหนังสือที่แสนดีอีก 1 เล่ม ของนักเขียนในดวงใจคุณอาวินทร์
ถ้าเป็นหนังสือชุดเสริมกำลังใจ ผมจะหาซื้อมารวบรวมไว้ให้ครบทุกชุดและแบ่งปันแนะนำให้คนที่สนใจ มาหยิบยืมไปอ่านและให้ยืมๆๆ ต่อๆ กันไปเรื่อย ถ้าหากใครต้องการผมก็จะให้ เพราะหนังสือทุกเล่มมันมีคุณค่าในตัวของมันอยู่แล้ว
   หนังสือ 1 เล่ม ถึงจะมีเพียงประโยคเดียวดลใจเราได้ หนังสือเล่มนั้นก็จะเป็นสุดยอดหนังสือดีๆ อีก 1 เล่ม ในดวงใจของผมเช่นกัน.

รวมทุกประโยคที่มีความหมายที่ผมประทับใจจากหนังสือเล่มนี้ครับ..
ไม่มีดอกไม้งดงามใดซึ่งเกิดมาโดยไม่ต้องผ่าน
แดดร้อน ดินสกปรก เหงื่อไคล แมลงรบกวน
มากคนมากความ : มนุษย์เราเกิดมาพร้อมสมองที่ทำงานได้หลายชนิด ลักษณะของสังคมบีบให้เราต้องเลือกเอาว่าจะใช้สมองไปในทางใด ถ้าเลือกเป็นหมอก็ห้ามเป็นวิศวกร ถ้าเลือกเป็นศิลปินก็ห้ามเป็นทนายความ ฯลฯ การทำงานอย่างเดียวไปตลอดชีวิต ดูหนังประเภทเดียว กินอาหารแบบเดียว ฯลฯ อาจทำให้แผ่นเสียงชีวิตตกร่องได้ง่าย เพราะเราทุกคนถูกสร้างมาให้ทำอะไรก็ได้ ดังนั้นใช้ชีวิตให้หลากหลาย ไม่ต้องเกรงใจมัน
มองกว้างมองไกล : ไม่ว่าจะทำงานเล็กหรืองานใหญ่ ก็ต้องมองภาพกว้าง การมองภาพกว้างต้องใช้ทั้งสมองและหัวใจ ใช้สมองคือมีวิสัยทัศน์ ซึ่งมาจากการเปิดหูเปิดตาตลอดเวลา กล้ามองมุมต่าง ไม่ตกอยู่ในกรอบความคิดใดจนดิ้นไม่หลุด , ใช้หัวใจคือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา และไม่เห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว เมื่อรู้จักมองกว้างมองไกล ก็เท่ากับเป็นการทำหมันปัญหาตั้งแต่มันยังไม่เกิด
เล่นให้จบเกม : ทุกอาชีพมีภาระของความรับผิดชอบ อาจจะจัดว่าเป็นจรรยาบรรณอย่างหนึ่ง ทนายความว่าความจนคดีถึงที่สุด หมอรักษาคนไข้คนจนหายหรือตาย ผู้รับเหมาก่อสร้างสร้างบ้านลูกค้าจนเสร็จ ไม่ทิ้งงานกลางคัน คำว่า 'ความรับผิดชอบ' นี่แหละที่แยกแยะมืออาชีพออกจากมืออ่อนหัด จำแนกคนที่มีวุฒิภาวะออกจากคนที่ไม่รู้จักโต
ใจสู้ชนะไปแล้วครึ่งหนึ่ง
เครื่องมือ : เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ทันสมัย แต่หากใช้ผิดสถานการณ์ก็ไร้ประโยชน์ บางครั้งอาจทำให้เสียลูกค้าไปโดยไม่รู้ตัว หลายองค์กรเห็นว่าเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาแล้วก็ต้องใช้เพื่อความทันสมัย แต่เทคโนโลยีก็ไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะกับทุกสถานการณ์ บางครั้งในองค์กรที่ต้องเน้นบริการ การใช้คนอาจดีกว่าการใช้เครื่องจักร ใช้คนให้ถูกงาน ใช้เครื่องมือให้ถูกงาน อย่ายึดติดที่เครื่องมือ
ออมสินเวลา :  เพียงรู้จักประหยัดเวลา เก็บเกี่ยวมันเพิ่มจากช่วงยามที่ผ่านไปอย่างไร้ค่า ก็อาจเพิ่มจำนวนชั่วโมงแก่ชีวิตได้อีก เพียงวันละสิบนาทีก็ได้เวลา 'สร้างความแตกต่าง' ในชีวิตเพิ่มมาอีกถึงสองพันกว่าชั่วโมง และมากกว่านี้อีกหลายเท่าหากรู้จักเก็บเวลาที่ไม่จำเป็นต้องใช้ใส่กระปุก ออมสินแห่งชีวิต เลิกเสียเวลาไปกับเรื่องขยะ เช่นนินทา บ่น ด่า โทรศัพท์คุยเล่น ท่องเน็ตขยะ แค่ลดละเลิกเวลาพวกนี้ลงบ้างก็ได้เวลามาเยอะแยะ
ความบังเอิญที่น่ารื่นรมย์ :  โลกนี้เต็มไปด้วยของดีที่มากับความบังเอิญ แต่มันจะไม่มีวันกลายเป็นลูกฟลุกที่น่ารื่นรมย์หากไม่มีใครมองเห็น หรือไม่พร้อมเปิดรับหนทางใหม่ที่นำไปสู่นวัตกรรม 'ความบังเอิญที่น่ารื่นรมย์' ในสายตาของคนที่มองไม่เห็นอาจเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น

    หลายความฝันยิ่งใหญ่ของมนุษย์เราเป็นสิ่งที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ สิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างฝันที่กลายเป็นจริงกับฝันที่ยังคงเป็นฝัน ก็คือเครื่องมือในการนำพาความฝันนั้นไป หากความฝันเป็นนกตัวหนึ่ง เครื่องมือในการนำความฝันข้ามอุปสรรคก็คือสองปีก มันคือหยาดเหงื่อคือความพยายาม สองปีกใหญ่หรือเล็กขึ้นกับขนาดของความฝัน ฝันยิ่งใหญ่ ขนาดของปีกก็ยิ่งแผ่กว้าง ยิ่งต้องลงแรงมาก กำแพงอุปสรรคยิ่งสูง ยิ่งต้องออกแรงมากขึ้น
    เราต้องออกแบบปีกของความฝันของเราเอง ต้องรู้จักจุดอ่อนของตนเองและมีทัศนคติในการมองที่กว้างกว่าคนอื่น เมื่อมองปัญหาด้วยมุมมองแค่ 'กว้าง x ยาว' ก็จะได้คำตอบแบบ 'กว้าง x ยาว' แต่หากเพิ่ม 'มิติ' ของการมองเป็น 'กว้าง x ยาว x ลึก' ก็จะได้ทางเลือกของการแก้ปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกทางหนึ่งทันที และหากเพิ่มมิติการมองอีก ก็ยิ่งเพิ่มทางเลือกขึ้นมาอีกดังนี้เรื่อยๆ นี่เองที่ทำให้การคิดนอกกรอบเป็นเครื่องมือที่จำเป็น
แต่ขนาดปีกและ มุมมองยังไม่พอ จำต้องมีแรงใจที่จะกระพือปีกข้ามอุปสรรคไปได้ด้วยบางคนมีสองปีกแข็งแรง แต่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันเพราะถอดใจเสียก่อน อาจหยุดพักเมื่อเหนื่อย แต่ไม่หยุดกระพือจนกว่าจะถึงจุดหมาย

แวะเว็บไซต์ วินทร์ เลียววาริณ ได้ที่
winbookclub.com

1 ความคิดเห็น:

  1. ทุกข้อความดีๆ ในหนังสือเล่มนี้
    ถ่ายทอดอารมณ์ ยิ่งอ่านแล้วยิ่งทำให้มีความสุข เข้าใจถึงอารมณ์ที่นักเขียนอยากถ่ายทอดสู่เราๆ ผู้อ่านให้เข้าถึงและเข้าใจในความหมายของข้อความนั้นๆ
    ขอบคุณทุกๆ เล่มที่คุณอาวินทร์เขียน ให้ผมได้นำมาเขียนเล่า สานต่อให้ท่านผู้อ่านได้รู้ ได้ดู ... อาจจะเป็นประโยชน์ แก่หลายๆ ท่าน

    ไม่ว่าพายุใหญ่เพียงไร มันก็ต้องอ่อนตัวลง และหยุดพัดในที่สุด


    คุณเกิดใหม่ทุกครั้งที่ลอกคราบนิสัยไม่ดีทิ้ง


    ความเมตตาชะล้างความแห้งแล้งออกได้เสมอ


    อกหักเป็นเวลาที่ดีทีสุดที่จะพิสูจน์ว่า…

    เรารักคนอื่นมากกว่ารักตัวเองหรือไม่


    ความหงอยเหงาไม่ได้เกิดจากผู้อื่น…

    มันเกิดจากตัวเราเองที่คิดว่าอยู่ไม่ได้โดยไม่มีคนอื่น


    กฎของะรรมชาติบอกว่า ผลมาจากเหตุเสมอ


    ชีวิตที่มีคุณภาพมาจาก… การทำงานหนัก

    รูปร่างดีมาจาก… การกินอาหารที่ถูกต้องและการออกกำลังกาย

    ความเก่งมาจาก… การเรียนหนัก

    ความก้าวหนัามาจาก… ความขยัน


    ใช้บทเรียนชีวิตของคนอื่นสะท้อนตนเอง


    เตรียมเทียนสักเล่มไว้รอรับความมืดเสมอ


    มีแต่ความรู้แต่ไม่อาจเปลี่ยนมันให้เป็นปัญญา

    ก็เหมือนมีเรือแต่ไร้หางเสือ


    รักแท้มาพร้อมความรับผิดชอบ และไม่มีข้อแม้


    ความรู้จักพอเป็นเกราะที่ดีที่สุดในการป้องกันความจน


    การรอคอยลมๆ แล้งๆ คือชีวิตตามยถากรรม


    การรอคอยโดยใช้สมอง เป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จ


    ทางไปสู่จุดหมายมิได้มีทางเลือกเดียว สร้างทางเลือกใหม่ๆ

    แก่ชีวิตด้วยการศึกษา จินตนาการ และการมองหลายมุม


    ความหนาวทำให้ต้องวางแผนรับมือ

    อุปสรรคทำให้เราฉลาดขึ้น


    ใช้ชีวิตแต่ละวันเช่นเดียวกับต้นไม้…

    ที่พยายามให้ใบไม้แต่ละใบได้รับแสงแดดทั่วถึงกัน


    ไม่มีทางสายใดยาวเกินกว่า…

    สองเท้าที่ก้าวไม่หยุด


    ปราศจากแสงแห่งปัญญา ต้นไม้แห่งชีวิตก็ไม่มีวันเติบใหญ่

    แม้ดินดี น้ำเพียงพอและแร่ธาตุบริบูรณ์เพียงใด


    ชีวิตที่ไม่กลัวความลำบากเสียอย่าง

    กล้ายืนหยัดสู้ร้อนสู้หนาวมีหรือจะไร้ผลไร้ดอก


    ความเร็วไต่ขึ้นมาจากความช้า

    ความเก่งไต่ขึ้นมาจากความไม่เก่ง

    ทางทุกสายต้องมีก้าวแรกเสมอ


    พรุ่งนี้อาจไม่มา การวิตกกังวลล่วงหน้า อาจเปลืองพลังงานเปล่าๆ


    ความกล้าหาญ…

    คือการเลือกทีจะยืนหยัดในเวลาที่น่าจะล้ม


    ความรู้ที่ปราศจากจริยธรรมแย่กว่าความไม่รู้เสียอีก


    ความรักคือการให้อิสรภาพแก่คนที่คุณรัก


    แผนการดีอย่างเดียวไม่พอ

    ต้องมีความขยันและอดทนด้วย


    จงรับแสงสว่างเข้าไปในหัวใจ

    รับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต คิดดี อ่านดี ทำดี


    ผู้คนจะลืมสิ่งที่คุณพูด จะลืมสิ่งที่คุณทำ

    แต่จะไม่มีวันลืมว่าคุณทำให้พวกเขารู้สึกยังไง

    (มายา แองเจลลู)


    ลงมือทำแน่นอนกว่ารอฟ้าประทาน


    โลกไม่มีงานชั้นต่ำ

    งานชั้นต่ำเป็นเพียงข้ออ้างของคนหนีงาน


    เลือกรูปร่างหน้าตาไม่ได้ แต่เลือกวิธีใช้ชีวิตได้


    สู้แล้วตาย ดีกว่าตายไปโดยไม่สู้


    สื่อทางกาย สานทางใจ

    สื่อความหมาย สานสัมพันธ์

    สื่อความเข้าใจ สานความรัก

    ตอบลบ